1 การใช งาน Excel ในการค านวณเบ องต น การท างานก บต วเลข เม อพ มพ ต วเลขลงในช อง Cell ของ Worksheet เราสามารถน ามาประมวลผล หา ผลล พธ โดยการ น าต วเลขมา บวก ลบ ค ณ หาร ก นได เคร องหมายท ใช งาน ม ด งน + เคร องหมายบวก - เคร องหมายลบ * เคร องหมายค ณ / เคร องหมายหาร ^ เคร องหมายยกก าล ง การค านวณทางคณ ตศาสตร อย างง าย การค านวณ ใน Excel ท าได โดยการป อนต วเลขเข าไปในช อง cell แต ละช อง จากน น จ งก าหนดให น าต วเลขในแต ละช อง มา บวก ลบ ค ณ หาร ก น ลองด ต วอย าง และท า ตามต อไปน การบวกเลข 1. คล กท ช อง A1 2. พ มพ เลข 20 3. แล วกด Enter เคอร เซอร จะเล อนมาท ช อง cell A2 (ถ าไม เล อนลงมาตรง ๆ แสดงว าม การไปต งค า ท ศทางการกด Enter ให ท านต งค าใหม ได คล กท น 4. คล กท ช อง A2 และพ มพ เลข 30 แล วกด Enter 5. เคอร เซอร จะเล อนมาท ช อง A3 ให พ มพ =A1+A2 6. เคร องหมายเท าก บ ข างหน า เป นการบอก Excel ว า ก าล งใช ส ตร ไม ใช เป นการ พ มพ ข อความธรรมดา และจะส งเกตส ของ ข อความ A1 และ A2 แตกต างไปจาก ส ธรรมดา และเม อขณะพ มพ A1 จะม กรอบเก ดข นท ช อง A1 ด วย และขณะพ มพ A2 ก จะม กรอบเก ดท ช อง A2 แสดงขอบเขตท ถ กเล อก ด งน 7. เม อพ มพ เสร จแล ว ให กดป ม Enter กรอบจะเล อนไปย งต าแหน ง A4 และจะได ผลล พธ เท าก บ 50 ในช อง A3 ด งภาพ
2 การลบ 1. คล กท ช อง C1 2. พ มพ เลข 30 3. แล วกด Enter เคอร เซอร จะเล อนมาท ช อง cell C2 4. คล กท ช อง C2 และพ มพ เลข 20 แล วกด Enter 5. เคอร เซอร จะเล อนมาท ช อง C3 ให พ มพ =C1-C2 6. เม อพ มพ เสร จแล ว ให กดป ม Enter กรอบจะเล อนไปย งต าแหน ง C4 และจะได ผลล พธ เท าก บ 10 ในช อง C3 ด งภาพ การค ณ 1. คล กท ช อง E1 2. พ มพ เลข 3 3. แล วกด Enter เคอร เซอร จะเล อนมาท ช อง cell E2 4. คล กท ช อง E2 และพ มพ เลข 2 แล วกด Enter 5. เคอร เซอร จะเล อนมาท ช อง E3 ให พ มพ =E1*E2 6. เม อพ มพ เสร จแล ว ให กดป ม Enter กรอบจะเล อนไปย งต าแหน ง E4 และจะได ผลล พธ เท าก บ 6 ในช อง E3 ด งภาพ การหาร 1. คล กท ช อง G1 2. พ มพ เลข 30 3. แล วกด Enter เคอร เซอร จะเล อนมาท ช อง cell G2 4. คล กท ช อง G2 และพ มพ เลข 5 แล วกด Enter
3 5. เคอร เซอร จะเล อนมาท ช อง G3 ให พ มพ =G1/G2 6. เม อพ มพ เสร จแล ว ให กดป ม Enter กรอบจะเล อนไปย งต าแหน ง G4 และจะได ผลล พธ เท าก บ 6 ในช อง G3 ด งภาพ การใช AutoSum เคร องหมาย AutoSum บน เมน บาร ใช ส าหร บการบวกตามแนว คอร ล มน โดย อ ตโนม ต ซ งม ว ธ การใช ด งน 1. ไปท ช อง H1 2. พ มพ 5 แล วกด Enter 3. พ มพ 5 แล วกด Enter 4. พ มพ 5 แล วกด Enter 5. ขณะน เคอร เซอร จะมาอย ท ช อง H4 6. คล กป ม บนเมน บาร จะเห นว า ช อง H1 ถ ง H3 ถ กเล อก ด งน 7. ให กดป ม Enter เพ อตอบตกลง จะได ผลด งภาพข างล างน การค านวณโดยอ ตโนม ต
4 เม อม การกรอกต วเลขลงในช อง cell และม การส งให ค านวณ Exell จะค านวณให แต ถ า เม อม การเปล ยนแปลงค าในช อง cell ถ าไม ต งให excel ค านวณโดยอ ตโนม ต excel ก จะไม ค านวณให การต งค าให ค านวณโดยอ ตโนม ต ท าได ด งน 1. ไปท เมน Tools > Options 2. คล กเล อก แถบ Calculation 3. ถ าลงกลมหน าค าว า Automatic ไม ถ กเล อก แสดงว าจะไม ม การค านวณ อ ตโนม ต 4. ให คล ก เล อกด งภาพ 5. โดยปกต โปรแกรมจะต งค าให ค านวณโดยอ ตโนม ต ไว แล ว นอกจากจะม การ เปล ยนแปลง การคล กเล อก Cell ในการค านวณ การค านวณนอกจากจะพ มพ เข าไปแล ว เราย งสามารถใช การคล กท ช อง cell เพ อระบ ต าแหน งท จะน ามาใช ในการค านวณ ได อ กด วย ลองท าตามต วอย างต อไปน 6. ไปท ช อง B1 พ มพ 2 แล วกด Enter 7. ไปท ช อง B2 พ มพ 3 แล วกด Enter 8. ไปท ช อง B3 พ มพ 4 แล วกด Enter 9. ไปท ช อง C1 พ มพ 11 แล วกด Enter 10. ไปท ช อง C2 พ มพ 12 แล วกด Enter 11. ไปท ช อง C3 พ มพ 16 แล วกด Enter 12. ขณะน ท านจะอย ท ช อง C4 13. พ มพ เคร องหมาย = 14. จะเห นท ช องส าหร บเข ยนส ตร หร อ formula bar จะเก ดเคร องหมายเท าก บด วย 15. ใช เมาส คล กท ช อง B3 จะเก ดเส นประล อมรอบช อง B3 16. พ มพ เคร องหมาย + 17. ใช เมาส คล ก ช อง C3 18. พ มพ เคร องหมาย - 19. ใช เมาส คล ก ช อง C1 20. จะเห นด งภาพข างล าง
5 21. ให ท านกด Enter โปรแกรม Excel จะค านวนให ถ าน าเมาส มาคล กท ช อง C4 จะ เห นด งน ฟ งก ช น เราอาจจะพ ดได ว า ฟ งก ข นของ Excel ก ค อส ตรส าเร จร ปท โปรแกรมจ ดท าไว ให แล ว เพ ยงแต เราใส ค าท ต องการเข าไปเท าน น หน าท ของฟ งก ช น ก ค อ เอาข อม ลท เราใส เข า ไป กระท าการ บวก ลบ ค ณ หาร ก น เช น ฟ งก ช น SUM ก จะน าค าท เราระบ มารวมก น ได ผลรวมออกมา ถ าไม ม ฟ งก ช น เราจะต องเส ยเวลาในการพ มพ ส ตรจ านวนมาก เช น ถ าเราต องการรวม ต วเลขใน B5 ถ ง B8 เราต องเข ยนใน Formular bar ด งน =B5+B6+B7+B8 แต ถ าเราใช ฟ งก ช น SUM ซ งเป นการรวมต วเลขใน cell เราจะเข ยนส น และง ายข น ด งน =SUM(B5:B8) โปรแกรม Excel ม ฟ งก ช นจ านวนมาก ท งฟ งก ช นทางคณ ตศาสตร การเง น การค ดค า ทางสถ ต เป นต น ฟ งก ช นเหล าน ท าให เราสามารถหาค าต าง ๆ ได โดยไม ยากเย น เช น หาผลรวม หาค าเฉล ย น บจ านวนความถ หร อแม แต การหาผลรวมย อย (Subtotal) ก สามารถท าได การใช ฟ งก ช นจ าเป นต องม การอ างอ งถ งข อม ลท จะน ามาใช ในฟ งก ช น จ ง ควรเร ยนร การอ างอ งข อม ลใน cell ต าง ๆ เส ยก อน การอ างอ งถ งข อม ลใน cell การจะใช ฟ งก ได ถ กต อง ก ต องม การระบ ต าแหน งของ cell ว าจะเอาต าแหน งใดบ าง การ อ างอ ง แบ งออกเป น 3 ล กษณะ ค อ Relative, Absolute และ Mixed Referencing
6 22. การอ างอ งแบบ Relative Referencing การอ างอ ง แบบ Relative สามารถท าได ด งน อ างอ ง แบบ cell เด ยว เช น A1 อ างอ งแบบช วง หร อ range reference เป นการอ างอ งต าแหน งข อม ลใน cell ท ต องการ ต งแต cell แรกท ระบ จนถ ง cell ส ดท ายท ระบ รวมท ง cell อ น ๆ ท อย ในระหว างน นด วย ร ปแบบในการเข ยน ใช เคร องหมาย : ค นกลางระหว างช อต าแหน งของ cell เช น การอ างอ ง แบบช วง A1:A3 A1:C3 A1, A2 และ A3 หมายถ ง A1, A2, A3, B1, B2, B3, C1, C2 และ C3 การอ างอ งแบบย เน ยน เป นการอ างอ ง การอ างอ งแบบช วงต งแต 2 ข นไป การเข ยนให ค นด วยเคร องหมายคอมม า เช น การอ างอ งแบบ ย เน ยน หมายถ ง A1, A3, A5 A1, A3 และ A5 (A1:C3), C7 A1, A2, A3, B1, B2, B3, C1, C2, C3 และ C7 (A1:C3), (D1:D3) A1, A2, A3, B1, B2, B3, C1, C2, C3, D1, D2และ D3 การอ างอ งแบบ Relative น เป นการระบ ช อ Cell เฉย ๆ เวลาม การ copy ส ตรการ ค านวณไปไว ใน Cell อ น Excel จะเปล ยนค า ให ตรงก บ Cell ใหม ท copy ส ตร ไปใช เช น จากภาพข างล างน จะเห นรายการส งของ ราคาต อหน วย จ านวน และรวม เง น โดยในช อง D2 เป นการใช ส ตรค านวณ โดยให เอาข อม ลในข อง B2 ไปค ณก บข อม ลในช อง C2 หร อเข ยนเป นส ตรว า =B2*C2 เราต องการค ดลอกส ตร ในช อง D2 มาไว ท ช อง D3 และ D4 ตามล าด บ ให น าเมาส มาท ม มล างด านขวาของช อง D2 แล วกดค างไว และลากไป จนถ งช อง D4
7 เม อปล อยเมาส จะเห นผลค ณของ ถ าตรวจสอบด ส ตรท โปรแกรม Excel ค ดลอกมาวางท ช อง D3 และ D4 จะเห นว า Excel เปล ยนส ตรเป น =B3+C3 และ =B4+D4 ตามล าด บ ท เป นเช นน เพราะ cell ต นแบบ ค อ D2 ใช การอ างอ งแบบ Relative Referencing เม อเปล ยนต าแหน ง การอ างอ งจ งเปล ยนไปด วย การ อ างอ งแบบ Relative เป นการอ างอ งท ย ด cell ต าแหน งป จจ บ นเป นหล ก เม อม การเปล ยนแปลงต าแหน งหล ก การอ างอ งจ งเปล ยนไปด วย 23. การอ างอ งแบบแน นอน หร อ Absolute Referencing การอ างอ งแบบ Absolute เป นการระบ cell ท แน นอน ไม ว าจะม การค ดลอก หร อ copy ส ตรไปไว ท ไหนก ตาม การอ างอ งก ย งอ างอ งถ ง cell เด ม การอ างอ งแบบน เราใช เคร องหมาย $น าหน า ท งแนวนอนและแนวต ง เช น $C$1 หมายถ ง ช อง C1 การอ างอ งแบบ Absolute สามารถน าไปใช ได ในหลายสถานการณ เช น ในการ ขายส นค าท กรายการ จะต องค ดภาษ ร อยละ 7 ในการค ดภาษ เราเอา 0.07 ไป ค ณก บราคาท งหมดของส นค าแต ละต ว ด งน น เพ อให สะดวก เราอาจจะ น าค า 0.07 ไปไว ใน cell ใด cell หน ง แล วเม อม การ copy ส ตร ก ให อ างถ ง cell ท เป น อ ตราภาษ โดยไม ม การเปล ยนต าแหน ง ด งภาพ
8 ท าการค ดลอก หร อ copy ส ตรในช อง E2 มาไว ท ช อง E3 และ E4 โดยการลาก ท ม มล างด านขวาของช อง E2 จะเห นว า ส ตรของช อง E2 เป นการระบ ถ ง อ ตราภาษ ในช อง F1 ว า $F$1 ซ ง เป นการอ างอ งแบบ Absolute Referencing เม อม การค ดลอก ส ตรในข อง E2 ไปย ง E3 และ E4 ข อม ลอ ตราภาษ จะใช ข อม ลจากช อง F1 เสมอ ส วน ราคา ส นค า ซ งอ างอ งแบบ Relative ก จะเปล ยนแปลงไป จะเห นว า ส ตรในช อง E3 ค อ =D3*$F$1 และ ส ตรในช อง E4 ค อ =D4*$F$1 24. การอ างอ งแบบผสม หร อ Mixed Referencing การอ างอ งแบบน เป นการระบ ค าตายต ว คงท ไม เปล ยนแปลง โดยก าหนด เฉพาะด านแนวต ง (column) หร อ แนวนอน (row) เพ ยงอย างใดอย างหน ง เท าน น เช น ย ดเฉพาะ column C เป นหล ก เป นต น การอ างอ งแบบน เราใช เคร องหมาย $ น าหน า ส วนท ต องการให ม ค าคงท ไม เปล ยนแปลง เช น $C1 หร อ C$1
9 การอ างอ ง cell ใน sheet อ น ในการอ างอ งถ ง cell ใน Sheet อ น ต องระบ ช อ Sheet ไว ข างหน า ค นด วยเคร องหมาย ตกใจ หร อ! ช อ Sheet! ต าแหน ง Cell เช น Sheet1!C20 เช น ต องการน าอาย เฉล ย ซ งอย ท D18 ของ Sheet1 น าไปไว ท B2 ของ Sheet2 ให ก าหนดท cell B2 ของ Sheet2 ด งน =Sheet1!D18 การเข ยนส ตรโดยใช เมาส ระบ ต าแหน ง สมมต ว า เราต องการใบเสร จท ต องค ดภาษ ม ลค าเพ ม ร อยละ 7 ให โปรแกรม Excel ค านวณภาษ ของส นค าแต ละราการ และรวมเง นให ด วย ด งต วอย างต อไปน (tax_example2.xls) ส นค าท กรายการเส ยภาษ ร อยละ 7 ท รายการ ราคา รวมภาษ 1 น าม นพ ช 300 187.25 2 น ายาล างห องน า 250 1337.50 3 ยาส ฟ น 70 770.40 4 แปรงส ฟ น 30 321.00 รวม 3097.65 ม ข นตอนการท าด งต อไปน 25. ก อนอ นต องกรอกข อความลงในช องต าง ๆ ให เร ยบร อย ด งภาพ
10 26. เราต องค ดส ตรการค านวณภาษ เส ยก อน ราคาท งหมดเท าก บ ราคาของ บวกด วย ภาษ ร อยละ 7 ข อม ลอ ตราภาษ อย ท C2 ราคาท ต องน ามาค านวณภาษ อย ท C5, C6, C7 และ C8 จะต องน ามาค ดท กช อง ในตอนแรก เราจะค ดเฉพาะ รายการราคา น าม นพ ชก อน ด งน 27. ส ตรการค านวณหาเง นภาษ ค อ อ ตราภาษา หารด วย 100 และ ค ณด วยราคา ของ หร อ เท าก บ (7/100) * C5 28. เม อได ภาษ แล ว ต องน าไปบวกก บราคาส นค าท ย งไม ค ดภาษ จ งจะได ราคาท รวม ภาษ จะได ส ตรด งน C5 +((7/100)*C5) 29. ต อไปเราน าส ตรน ไปเข ยนในข อง D5 เพ อหาราคาท รวมภาษ ของส นค าน าม น พ ช ซ งม ว ธ การ ด งน 30. คล กท ช อง D5 ซ งเป นต าแหน งราคารวมภาษ ของ น าม นพ ช 31. พ มพ เคร องหมายเท าก บ (=) เคร องหมายเท าก บ เป นการบอก Excel ว า ขณะน จะพ มพ ส ตร หร อฟ งก ช น และขอให ส งเกตว า เคร องหมาย = จะไปปรากฎใน ช อง Formula bar ด วย
11 32. ส ตรของเรา ค อ C5 +((7/100)*C5) ด งน น ต องคล กท ต าแหน งแรก ค อ C5 เส ยก อน ให น าเมาส ไปคล กท ต าแหน ง C5 จะเก ดเส นประล อมรอบ พร อมท งม ข อความ C5 เพ มข นใน formula bar ด วย ด งภาพ 33. ขณะท เราอย ในสถานะการพ มพ ส ตรล กษณะน ถ าน าเมาส ไปคล กท ช อง Cell ใด จะเก ดเส นประล อมรอบ cell น น ถ าน าเมาส ไปคล กท cell อ น ๆ อ ก ก จะเก ด เส นประรอบ Cell ท ก Cell ท น าเมาส ไปคล ก การยกเล กให กดเคร องหมาย ผ ด หน าช อง Formula bar 34. ต อมาให กดเคร องหมาย บวก และ วงเล บเป ด สองอ น ตามส ตร บนแป นพ มพ ขอให ส งเกตว า เส นประรอบ C5 จะเปล ยนจากเส นประเป นเส นธรรมดาส น าเง น 35. คล กท ช อง C2 ซ งเป นต าแหน งอ ตราภาษ จะเห น C2 ปรากฎข นท งในช อง D5 และช อง Formula bar ว ธ การน ด กว า ระบ เลข 7 เพราะถ าม การเปล ยนอ ตราภาษ ต วเลขในส ตรท น ามาค านวณ ก จะเปล ยนตามไปด วย
12 36. ต อมาพ มพ หารด วย 100 และ เคร องหมาย วงเล บป ดและเคร องหมายค ณ เรา ต องระบ ต วเลข 100 เพราะจะเได ค ดเป นเปอร เซนต และต วเลขน จะไม ม การ เปล ยนแปลง จ งพ มพ เข าไปได โดยตรง 37. ต วส ดท ายในส ตร ค อราคาน าม นพ ช ซ งอย ท C5 ให น าเมาส ไปคล กท C5 จะได ด งน 38. แล วพ มพ เคร องหมายวงเล บป ด ตามส ตร 39. เป นอ นเสร จส นการพ มพ ส ตร แต Excel จะย งไม น าส ตรไปใช จนกว าจะม การส ง ว าเสร จส นแล ว ไม ม การเต มอะไรอ กต อไปแล ว การบอก Excel ว าเสร จแล ว ท า ได โดยการกด Enter หร อ คล กท เคร องหมายถ กหน า Formula bar ให ท านคล ก เคร องหมายถ กหน า Formula bar
13 40. โปรแกรม Excel จะน าส ตรไปค านวณ และแสดงผล ท D5 ด งน 41. ส าหร บราคารวมภาษ ของส นค าอ น ๆ เราจะใช การค ดลอกส ตร จากส ตรราคาของ น าม นพ ช แต ในการค ดลอก Excel จะเปล ยนต าแหน งท กต าแหน งท ม การอ างถ ง แบบ Relative Referencingด งน น ใน Cell C2 ซ งเป นอ ตราของภาษ ก จะถ ก เปล ยนไปด วย ซ งเราไม ต องการ จ งต องเปล ยนให C2 เป นการอ างอ งแบบ Absolute Referencing โดยการใส เคร องหมาย $ ด งน $C$2 ในช อง Formula bar ด งน 42. แล วกดเคร องหมายถ ก หน า Formula bar เพ อบอก Excel ว า แก ไขเสร จแล ว 43. จากน น จ งท าการค ดลอกส ตร โดยใช เมาส ไปวางท ม มล างด านขวาของ D5 แล ว กดลากลงมาจนถ ง D8 44. เม อปล อยเมาส จะได ราคาส นค าท งหมด ท ค ดภาษ แล ว ด งภาพ การเร ยกใช ฟ งก ช น
14 การเร ยกใช ฟ งก ช น ท าได หลายอย าง เช น คล กเล อกจากเมน หร อพ มพ เข า cell หร อ Formula bar โดยตรง ก ได การใช ฟ งก ช น ม ข อควรจ า ด งน o ข นต นฟ งก ช น ด วยเคร องหมาย เท าก บ (=) o ต องระบ ช อฟ งก ช น เช น SUM o ค าท ใส เข าฟ งก ช น ต องอย ในเคร องหมายวงเล บ o แต ละค า ต องม เคร องหมายคอมม าค น การใช ฟ งก ช น SUM ในบทเร ยนท แล ว เราเร ยกฟ งก ช น SUM โดยการคล กท เมน ในบทน จะเร ยกอ กแบบหน ง ด งน 49. พ มพ 5 ในต าแหน ง B1 แล วกด Enter 50. พ มพ 2 ในต าแหน ง B2 แล วกด Enter 51. พ มพ 6 ในต าแหน ง B3 แล วกด Enter 52. ขณะน เคอร เซอร จะมาอย ในต าแหน ง B4 ด งภาพ 53. คล กท เคร องหมาย (ใช ฟ งก ช น หร อ Insert Function) 54. จะเห นม หน าจอ แทรกฟ งก ช น หร อ Insert Function เก ดข น ด งภาพ
15 หน าจอน เป นหน าจอส าหร บค นหา และเล อกฟ งก ช นท จะน ามาใช ม ส วนต าง ๆ ของหน าจอท ควรร จ ก ด งน 1. ข อความส าหร บค นหาฟ งก ช น ถ าพ มพ ข อความท ต องกระท า เช น หา ผลรวม หร อ add โปรแกรม จะน าฟ งก ช นท เก ยวก บการหาผลรวมมา แสดงให เล อก 2. เล อกประเภทของฟ งก ช น ส วนน เป นทางเล อกส าหร บผ ท ไม ช านาญ ภาษาอ งกฤษ ไม ร ว าจะพ มพ ข อความใดตามข อ 1 ก สามารถคล กเล อก ประเภทได จากท น โปรแกรมจะน าฟ งก ช นในแต ละประเภทมาแสดงให เล อก Most Recently Used ฟ งก ช นท เพ งใช ผ านมา All ฟ งก ช นท งหมด Finacial ฟ งก ช นเก ยวก บการเง น Math & Trig ฟ งก ช นทางคณ ตศาสตร และ ตร โกณ Statistics ฟ งก ช นทางสถ ต 3. เล อกฟ งก ช นท ต องการ ถ าไม พบก สามารถเล อน scroll bar ลงมาด ได 4. แสดงร ปแบบของฟ งก ช นท เล อก โดยเฉพาะจะต องใส ค าอะไรบ าง อย างไร ตรงน เป นร ปแบบการใช งาน 5. ค าอธ บายฟ งก ช นท เล อก 55. ในท น เราต องการการรวม จ งเล อกฟ งก ข น SUM แล วกด OK 56. โปรแกรมจะเป ดหน าจอการใช ฟ งก ช น SUM โดยให โอกาสผ ใช ในการคล กเล อก ช อง cell ท ต องการให น ามารวมก น ด งภาพ
16 หน าจอน และหน าจอการใช ฟ งก ช นอ น ๆ ม ล กษณะคล ายก น โดยหน าจอจะเป ด โอกาสให ผ ใช เล อกคล กช อง cell จากใน Worksheet โดยตรง หน าจอน ม ส วน ต าง ๆ ท น าสนใจ ด งน 0. ข อม ลท โปรแกรมเล อกให จากภาพ จะเห นว า โปรแกรมเดาเอาไว ก อนว า เราต องการน าค าข างบนมารวมก น จ งระบ เป นข อม ลท อย ต าแหน ง B1:B3 1. ถ าเราต องการเปล ยนค าท โปรแกรมเล อก ให คล กท น เพ อจะไปเป ด Worksheet และผ ใช สามารถใช เมาส คล กเล อกได 57. ในกรณ น ข อม ลถ กต องแล ว ให คล ก OK 58. จะได ผลรวม ด งภาพ การหาค าเฉล ย ข อม ลจากหน าจอเด ม เราจะหาค าเฉล ยของข อม ลเด ม ค อ ข อม ลในต าแหน ง B1, B2 และ B3 เราหาได ด งน 59. ใช เมาส คล กท ต าแหน ง B6 60. คล กไอคอน แทรกฟ งก ช น เพ อเป ดหน าจอ Insert Function ตามข อ 6 ข างบน 61. เล อก AVERAGE ซ งเป นฟ งก ช น หาค าเฉล ย แล วคล กป ม OK
17 62. โปรแกรมจะเล อกข อม ลให โดยอ ตโนม ต ค อ B1:B4 เพราะช อง cell ก อนหน าน ล วนม ข อม ลอย แล วท งส น แต เราต องการข อม ลท จะน ามาหาค าเฉล ย ค อ ต งแต B1 ถ ง B3 เท าน น จ งต องท าการแก ไขข อม ล ให คล กป มเพ อเข าไปเล อกข อม ล จาก Worksheet ด งภาพ 63. โปรแกรม Excel จะกล บมาท Worksheet พร อมท งม กรอบ Function Arguments ต ดมาด วย และจะเห นค า B1:B5 ซ งเป นค าท Excel เล อกให ด ง ภาพ 64. ให ใช เมาส คล กเล อกบร เวณท จะให น าค ามาเฉล ย ค อ บร เวณ B1 ถ ง B3 (B1:B3) ด งภาพ
18 65. ในภาพข างบน จะส งเกตเห นว า ช องส าหร บเข ยนส ตร จะปรากฎส ตร =EVERAGE(B1:B3) ซ งเป นบร เวณท ถ กเล อก 66. คล กป มบน Function Arguments เพ อกล บไปย งหน าจอเด ม 67. คราวน จะเห นค าท งหมด และบร เวณท ถ กเล อก ก ถ กต อง ค อ B1:B3 ไม ใช B1:B5 ด งภาพ 68. คล กป ม OK หน าจอ Function Arguments จะป ด และกล บมาท Worksheet และ ในต าแหน ง B6 จะม ค าเฉล ย เท าก บ 4.333333 การหาค าต าส ด บางคร งเราต องการด ค าต าท ส ดในช ดข อม ลน น ถ าข อม ลม ไม ก ต วคงไม ม ป ญหา แต ถ า ข อม ลม เป นจ านวนมาก การใช ส ตรให Excel หา จะสะดวกและเช อถ อได มาก ท ผ านมา เราใช หน าจอ Function Arguments ให Excel หาฟ งก ช นให และเราก าหนด แค ข อม ลท จะน าไปค านวณ ว ธ การน ถ าใช ให ช านาญ จะสามารถใช งาน excel ได อย างม ประส ทธ ภาพ อย างไรก ตาม หลายคร ง ท การพ มพ ส ตรเข าไปโดยตรง โดยการระบ cell ท ต องการ จะสะดวกและรวดเร วกว า ต วอย างต อจากน ไป จะใช การพ มพ ส ตร เข าในช องเข ยนส ตรโดยตรง การหาค าต าส ด ม ว ธ การด งน
19 69. เราใช ฟ งก ช น MIN ในการหาค าต าส ด ของขอบเขตข อม ลท เราต องการ ใน ต วอย างน จะใช ข อม ลเด ม ค อ ข อม ลท อย ในต าแหน ง B1:B3 70. คล กท ช อง D1 พ มพ ค าว า ค าต าส ด 71. กดป มล กศรไปทางขวา เพ อไปย งต าแหน ง E1 72. พ มพ ท ช อง ส าหร บเข ยนส ตร =MIN(B1:B3) ด งภาพ 73. เสร จแล ว กดป ม Enter จะได ค าต าส ดเท าก บ 2 ในช อง D1 การหาค าส งส ด คล กท ช อง D3 พ มพ ค าว า จ านวน กดป มล กศรไปทางขวา เพ อไปย งต าแหน ง E3 พ มพ ท ช อง ส าหร บเข ยนส ตร =COUNT(B1:B3) เสร จแล ว กดป ม Enter จะได ค าต าส ดเท าก บ 3 ในช อง D2 การน บจ านวน คล กท ช อง D2 พ มพ ค าว า ค าส งส ด กดป มล กศรไปทางขวา เพ อไปย งต าแหน ง E2 พ มพ ท ช อง ส าหร บเข ยนส ตร =MAX(B1:B3) เสร จแล ว กดป ม Enter จะได ค าต าส ดเท าก บ 6 ในช อง D2 เม อหาค าเฉล ย ค าต าส ด ค าส งส ด และ หาจ านวนน บ หน าจอท ได จะเป นด งน การน บจ านวนแบบม เง อนไข หลายคร งท เราต องการน บจ านวน เช น ม เพศชายก คน เพศหญ งก คน หร อผ ท ม อาย มากกว า 40 ป ก คน เป นต น การน บในล กษณะน จ าเป นต องระบ เง อนไขในการน บ ซ ง ท าได ด งน
20 ป อนข อม ลตามภาพข างล างน เราจะใช ฟ งก ช น countif ซ งเป นการน บแบบม เง อนไข ซ งม ร ปแบบ ด งน COUNTIF(ขอบเขต, เง อนไข) ขอบเขต ค อขอบเขตของ cell ท ต องการให น บ ในท น ถ าน บอาย ค อ B2:B5 ถ าน บตามเพศ ค อ C2:C5 เง อนไข ค อข อก าหนดในการน บ เช น น บเฉพาะเพศชาย เป นต น คล กท ช อง C7 เพ อค านวณ ผ ท ม อาย ต งแต 40 ป ข นไป แล วพ มพ ท ช อง ส าหร บเข ยน ส ตร =COUNTIF(B2:B5, ">=40") ด งภาพ ขอให ส งเกตว า เง อนไขจะต องอย ในเคร องหมายค าพ ด เคร องหมาย > หมายถ ง มากกว า คล กท ช อง C7 เพ อเพ อน บจ านวนเพศชาย แล วพ มพ ท ช อง ส าหร บเข ยนส ตร =COUNTIF(C2:C5, "ชาย") ด งภาพ
21 คล กท ช อง C8 เพ อค านวณ เพ อน บจ านวนผ ท เป นผ หญ ง แล วพ มพ ท ช อง ส าหร บเข ยน ส ตร =COUNTIF(C2:C5, "หญ ง") ด งภาพ